บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ศิลปะ

เยอรมันปลดล็อก! ไนท์คลับเป็น "ศิลปะ" แล้ว ไม่ใช่บ้านโสเภณี! ฐบาลเยอรมันเพิ่งอนุมัติกฎหมายใหม่ที่จะจัด ไนท์คลับกลับไปอยู่ในกลุ่ม "สถานที่ทางวัฒนธรรม"

  ข่าวดีสำหรับสายปาร์ตี้! รัฐบาลเยอรมันเพิ่งอนุมัติกฎหมายใหม่ที่จะจัด  ไนท์คลับกลับไปอยู่ในกลุ่ม "สถานที่ทางวัฒนธรรม"  ไม่ใช่อยู่แถวๆ โรงบาบ บ่อนพนัน อีเป็ดๆ แบบก่อนหน้านี้ ทำไมต้องทำ? ป้องกันไม่ให้เจ้าของคลับโดนไล่ออกจากที่เพราะมีนักพัฒนาอสังหาฯ มาเทคโอเวอร์ ช่วยรักษา "วัฒนธรรมไนท์ไฟฟ์" ที่กำลังจะสูญพันธุ์ในเบอร์ลิน คลับจะสามารถเปิดในย่านที่อยู่อาศัยได้เลย ปัญหาที่เจอ:  - ค่าที่ดินพุ่ง - คนเปลี่ยนพฤติกรรมหลังโควิด - ทะเลาะเรื่องเสียงกับชาวบ้าน ผู้ประกอบการคลับบอกว่า กฎหมายนี้มาถึง  "สายเกินไป"  เพราะคลับหลายแห่งปิดตัวไปแล้ว เช่น  SchwuZ  (คลับ LGBTQ+ เก่าแก่ที่สุดของเยอรมัน) และ  Watergate  ที่มีชื่อเสียงมาก สรุปง่ายๆ:  รัฐบาลเยอรมันบอกว่า "เฮ้ย! ไนท์คลับก็เป็นศิลปะนะ อย่ามาจับกับโรงบาบ!" แต่คนในวงการก็ยังบ่นว่ามาช้าไป 5 ปี 😢🎵 การรักษาวัฒนธรรมดิสโค้ ฮิฮิ 💃🪩

ธนาคารกลางจ้างศิลปินวาดภาพคนเดียว 3 ล้านบาท?! 🎨

  ธนาคารกลางเกาหลีกำลังจะจ้างศิลปินวาดภาพเหมือน (portrait) ของอดีตผู้ว่าฯ Lee ด้วยงบประมาณ 30 ล้านวอน (ประมาณ 3 ล้านบาทไทย)  ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 1968 เลยนะ! ทำไมมันถึงเป็นประเด็น? ปกติแล้ว  มีแค่ประธานาธิบดี ประธานสภา และหัวหน้าศาลฎีกา  เท่านั้นที่จะมีภาพเหมือนทางการ แต่ผู้ว่าฯ ธนาคารกลางก็มีด้วย? โอ้โห มันแปลกมากเลยนะ ศิลปินที่ได้รับจ้างเคยวาดภาพประธานาธิบดีเกาหลีหลายคนด้วย (ทั้ง Kim Young-sam และ Park Geun-hye) ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ: ยุค 1968: 3 แสนวอน ยุค 2018 มานี่:  3 ล้านวอน  (10 เท่าตัว!) วิจารณ์กันยังไง? ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Myongji บอกว่า: "องค์กรแบบ Fed (ธนาคารกลางสหรัฐ) เขาสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่  ทุกคนช่วยกันพยุง  แต่ของเรา (เกาหลี) มันเป็นระบบที่  พยุงผู้นำคนเดียว " แม้ตัวอดีตผู้ว่าฯ Lee เองจะเคยพูดว่าอยากทำองค์กรให้  เป็นกันเอง ไม่มีชั้นเชิง  แต่ดูเหมือนเขาก็  ไม่ได้ขัดขืน  เรื่องวาดภาพตัวเองนะ แถมยังมีอีก: ธนาคารกลางเพิ่งทำ  แกลเลอรี่ภาพรุ่นพี่รองผู้ว่าฯ  อีกด้วย! เรียกได้...

☕ สตาร์บัคส์ + คอสเมด ปิดดีล 600 สาขา!

  🎯 ข่าวหลัก สตาร์บัคส์สาขาที่ 600 เปิดตัวแล้ว!  ที่ย่าน南港 ไต้หวัน โดยบริษัทแม่อย่าง統一集团 บอกเลยว่าข่าวนี้มีอะไรมากกว่าแค่เปิดร้าน! 🔥 ไฮไลท์ที่น่าสนใจ 1. สตาร์บัคส์ไม่ใช่ร้านกาแฟอีกต่อไปแล้ว! ประธาน 罗智先 บอกว่า  "เราไม่ได้ทำแค่กาแฟ แต่ทำอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและศิลปะ" สตาร์บัคส์ถูกจัดให้เป็น  "พื้นที่จัดแสดง"  มากกว่าร้านกาแฟ กาแฟเป็นแค่สินค้าหลัก แต่สิ่งที่ขายจริงๆ คือ  ประสบการณ์และบรรยากาศ 2. ร้าน 24 ชม. ที่信義區 เป็นยังไง? คาดว่าจะเป็นพวกคนรุ่นใหม่ตามเทศกาลดึก แต่จริงๆ แล้วกลับกลายเป็นร้านของคนวัยมาก!  พี่ๆ สูงวัยชอบมาก ประธานบอกว่าเข้าใจแล้ว "คนวัยมากนอนน้อย เลยต้องหาที่ไป" 3. คอสเมดแซงคู่แข่งเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี! คอสเมดมีสาขามากกว่า屈臣氏 (Watsons) แล้ว! กำลังเปลี่ยนจากร้านขายของเพื่อสุขภาพ →  ร้านแฟชั่น & ความงาม ดึงแบรนด์เกาหลีอินเทรนด์มาเต็ม เช่น CLIO, 3CE, Olive Young 4. ประธานไม่ชอบสูตรสำเร็จ บอกว่า "ไม่มีสมการตายตัวในการขยายร้าน" ทุกร้านเป็น  "การทดลอง"  ต้องเรียนรู้จากการเปิดจริง สำคัญที่สุดคือ  คน  ไม่ใช่จำนวนร้าน 5...

รัฐบาลขวาจัดของสวีเดนกำลังจะ "เปลี่ยนเกม" วิธีการหาเงินให้วงการศิลปวัฒนธรรม จากเดิมที่ใช้เงินภาษีรัฐเป็นหลัก เปลี่ยนมาเป็น "เปิดทางให้คนรวยและบริษัทยักษ์ใหญ่เอาเงินมาสปอนเซอร์แทน"

 รัฐบาลขวาจัดของสวีเดนกำลังจะ "เปลี่ยนเกม" วิธีการหาเงินให้วงการศิลปวัฒนธรรม จากเดิมที่ใช้เงินภาษีรัฐเป็นหลัก เปลี่ยนมาเป็น "เปิดทางให้คนรวยและบริษัทยักษ์ใหญ่เอาเงินมาสปอนเซอร์แทน" 💰 รัฐบาลจะทำอะไร? (ฝั่งคนหนุนว่าดี) พาริซา ลิลเยสแตรนด์ (Kulturminister - รัฐมนตรีวัฒนธรรม) ออกไอเดียสุดปัง (ในมุมของเขา) ว่า: ลดภาษีให้คนรวย: ใครเอาเงินมาบริจาคให้งานศิลปะหรือวัฒนธรรม จะได้ลดหย่อนภาษีแบบจุกๆ โปรโมชันรัฐช่วยออก: มีกองทุนสี่พันล้านโครน ถ้าเอกชนยอมจ่ายเงิน รัฐจะช่วยควักเงินสมทบให้ด้วย ข้อดีที่เขาอ้าง: เงินจะไหลเข้าวงการเยอะขึ้น และช่วยลดอำนาจของนักการเมืองที่ไม่ควรมาจุ้นจ้านคอยชี้ถูกชี้ผิดกับงานศิลปะ 🛑 ทำไมคนถึงด่ากันยับ? (ฝั่งวัยรุ่นและคนทำงานส่ายหัว) นักวิจารณ์และคนในวงการมองว่านี่คือการ "ผลักภาระ" และมีข้อกังวลหลักๆ 3 เรื่องที่น่ากลัวมาก: "คนรวยคุมสื่อ-คุมสตอรี่": ต่อไปนี้ถ้าบริษัทใหญ่ๆ หรือเศรษฐีเป็นคนจ่ายเงิน เขาก็ต้องเลือกสปอนเซอร์เฉพาะงานที่ภาพลักษณ์ดูดีหรือทำเงินได้ งานแนวอินดี้, งานวิพากษ์วิจารณ์สังคม หรือวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม (เช่น ละครเวท...

สวีเดนจะให้เศรษฐีเลี้ยงวงการศิลปะมากขึ้น! 💸🎨

  เรื่องเป็นยังไง? รัฐบาลสวีเดนอยากให้คนรวย บริษัท และองค์กรต่างๆ หันมาบริจาคเงินให้วงการวัฒนธรรม-ศิลปะมากขึ้น เพราะตอนนี้สวีเดนแทบเป็น  ประเทศเดียวในยุโรป  ที่ไม่ให้ลดหย่อนภาษีสำหรับเงินบริจาคด้านวัฒนธรรม เทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปที่ทำกันหมดแล้ว ไอเดียเด็ดๆ เสนอให้มี  "มิลลาร์ดวัฒนธรรม"  1,000 ล้านบาท (แปลงจากโครนาเป็นบาท) เพื่อดึงเงินบริจาคเอกชนเพิ่มอีก 4,000 ล้าน ถ้าบริจาควัฒนธรรมสูงสุด 1 ล้านบาท จะได้ลดภาษี 25% เลย รัฐบาลจะจับคู่เงินบริจาคเอกชนกับเงินภาษี ใครบริจาคเท่าไหร่ รัฐก็จะสมทบเท่านั้น จุดยืนของรัฐมนตรี นางกระทิง (เออ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม Parisa Liljestrand) บอกว่านี่คือ  "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่"  และระบบเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ยุค 70 นี่มัน "ล้าสมัยแล้ว" ความเห็นต่าง ฝ่ายค้าน (Björn Wiechel จากพรรคสังคมประชาธิปไตย) บอกว่า "บริษัทจะบริจาคก็บริจาคได้อยู่แล้ว ทำไมต้องมีแคมเปญพิเศษ" แนะนำให้รัฐเพิ่มงบประมาณสาธารณะมากกว่า สรุป:  สวีเดนอยากให้คนรวยช่วยอุดหนุนศิลปะมากขึ้น โดยมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นตัวล่อ 🤑 ข่าวจาก: TT, 18 พ....

Venice Biennale 2026 เกิดอะไรขึ้นที่อิตาลีตอนนี้ 🎨 งานศิลปะที่กลายเป็นสนามรบ!

แทนที่จะมีแค่ภาพสวยๆ แต่ปีนี้งานเทศกาลศิลปะระดับโลกอย่าง Venice Biennale กลับเดือดจัด เพราะประเด็นการเมืองเรื่อง อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ทำเอาเวนิสแทบลุกเป็นไฟ 📌 สรุป Timeline ความวุ่นวาย: ม็อบปะทะเดือด: กลุ่มผู้ประท้วงบุกไปแถว Arsenale (ที่ตั้งบูธอิสราเอล) มีการปะทะกับตำรวจเบาๆ พร้อมป้ายด่าแรงๆ อย่าง "No artwashing genocide" (อย่าใช้ศิลปะมาชุบตัวเรื่องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์) และ "Free Palestine" พากันปิดบูธหนี: เพื่อนไม่เล่นด้วย! หลายประเทศตัวท็อปอย่าง ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, เบลเยียม, สเปน, ออสเตรีย และอีกเพียบ ตัดสินใจ "ปิดพาวิลเลียน" ของตัวเองเพื่อประท้วงที่อิสราเอลยังได้ร่วมงานนี้ ศิลปินอิสราเอลสู้กลับ: Belu-Simion Fainaru ศิลปินตัวแทนอิสราเอลออกมาฟาดกลับว่า "ศิลปะต้องมีเสรีภาพดิ" อย่าเอาพาสปอร์ตหรือการเมืองมาเหยียดกัน พร้อมขู่ฟ้องศาลยุโรปเรื่องการเลือกปฏิบัติ จนสุดท้ายผลงานเขาได้รับการยอมรับให้โชว์ต่อ ความย้อนแย้งตัวแม่: ในขณะที่คนรุมแบนอิสราเอล แต่ฝั่ง รัสเซีย (ที่ทำสงครามกับยูเครน) กลับมีนักการเมืองระดับสูงมาเดินชมชิลๆ ทำให้เกิดคำถามว่า มาตร...

🎨 MET GALA 2026: งานปาร์ตี้ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์!

Met Gala ปี 2026  กลายเป็นงานที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยค่าบัตรพุ่งไปถึง  100,000 ดอลลาร์ต่อคน  (ประมาณ 3.5 ล้านบาท!) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 75,000 ดอลลาร์ 🤑 เงินๆ ทองๆ บัตร 1 ใบ =  100,000$  (ราคาเต็มเปรี้ยะ!) โต๊ะ 10 ที่นั่ง =  350,000$  เริ่มต้น ระดมทุนได้  42 ล้านดอลลาร์  ทำลายสถิติเดิม! ผู้สนับสนุนหลัก:  Jeff Bezos  กับภรรยา Lauren Sánchez (มีเงิน 286 พันล้านดอลลาร์ เลขนี้เยอะจนนับไม่ถ้วน 💸) 👗 ธีม "Fashion is Art" งานนี้เป็นการเฉลิมฉลองนิทรรศการ  "Costume Art"  ที่พูดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเสื้อผ้ากับร่างกาย โดยเน้นเรื่อง  ความหลากหลายของร่างกายทุกรูปแบบ  ไม่ว่าจะเป็น:  - ร่างกายเปล่า/เปลือย  - ร่างกายในครรภ์  - ร่างกายที่มีความพิการ  - ร่างกายสูงวัย  - ร่างกายของคนท้วม 🔥 จุดเด่นของนิทรรศการ มีการ  สแกนร่างกายจริง  (รวมถึงดีไซเนอร์ Michaela Stark) เพื่อสร้างหุ่นจำลองที่สมจริงกว่าหุ่นผอมบางที่แฟชั่นเคยใช้มา มีเสื้อผ้าจากดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ และตำนานอย่าง Alexander McQu...