รัฐบาลขวาจัดของสวีเดนกำลังจะ "เปลี่ยนเกม" วิธีการหาเงินให้วงการศิลปวัฒนธรรม จากเดิมที่ใช้เงินภาษีรัฐเป็นหลัก เปลี่ยนมาเป็น "เปิดทางให้คนรวยและบริษัทยักษ์ใหญ่เอาเงินมาสปอนเซอร์แทน"
รัฐบาลขวาจัดของสวีเดนกำลังจะ "เปลี่ยนเกม" วิธีการหาเงินให้วงการศิลปวัฒนธรรม จากเดิมที่ใช้เงินภาษีรัฐเป็นหลัก เปลี่ยนมาเป็น "เปิดทางให้คนรวยและบริษัทยักษ์ใหญ่เอาเงินมาสปอนเซอร์แทน"
💰 รัฐบาลจะทำอะไร? (ฝั่งคนหนุนว่าดี)
พาริซา ลิลเยสแตรนด์ (Kulturminister - รัฐมนตรีวัฒนธรรม) ออกไอเดียสุดปัง (ในมุมของเขา) ว่า:
ลดภาษีให้คนรวย: ใครเอาเงินมาบริจาคให้งานศิลปะหรือวัฒนธรรม จะได้ลดหย่อนภาษีแบบจุกๆ
โปรโมชันรัฐช่วยออก: มีกองทุนสี่พันล้านโครน ถ้าเอกชนยอมจ่ายเงิน รัฐจะช่วยควักเงินสมทบให้ด้วย
ข้อดีที่เขาอ้าง: เงินจะไหลเข้าวงการเยอะขึ้น และช่วยลดอำนาจของนักการเมืองที่ไม่ควรมาจุ้นจ้านคอยชี้ถูกชี้ผิดกับงานศิลปะ
🛑 ทำไมคนถึงด่ากันยับ? (ฝั่งวัยรุ่นและคนทำงานส่ายหัว)
นักวิจารณ์และคนในวงการมองว่านี่คือการ "ผลักภาระ" และมีข้อกังวลหลักๆ 3 เรื่องที่น่ากลัวมาก:
"คนรวยคุมสื่อ-คุมสตอรี่": ต่อไปนี้ถ้าบริษัทใหญ่ๆ หรือเศรษฐีเป็นคนจ่ายเงิน เขาก็ต้องเลือกสปอนเซอร์เฉพาะงานที่ภาพลักษณ์ดูดีหรือทำเงินได้ งานแนวอินดี้, งานวิพากษ์วิจารณ์สังคม หรือวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม (เช่น ละครเวทีของชาวซามิชนพื้นเมือง) คงไม่มีใครอยากจ่ายเงินให้ เพราะไม่ได้ผลประโยชน์ทางการค้า
รัฐบาลเนียน "เท" วงการ: หลายคนกลัวว่าถ้าระบบนี้ผ่าน รัฐบาลจะค่อยๆ ตัดงบส่วนกลางทิ้ง แล้วบอกให้คนทำงานวัฒนธรรมไป "เดินสายขอเงินสปอนเซอร์จากพวกมหาเศรษฐีเอาเอง" ซึ่งเหมือนเป็นการปล่อยลอยแพ
คนตัวเล็กตายเรียบ: องค์กรใหญ่ๆ หรือพิพิธภัณฑ์ระดับชาติ มีทีมงานพร้อมไปดีลกับคนรวย แต่พวกร้านกาแฟอินดี้, โรงละครเล็กๆ หรือ "Folkets hus" (ศูนย์รวมวัฒนธรรมชุมชนตามต่างจังหวัด) ไม่มีคอนเนกชั่นกับพวกมหาเศรษฐี สุดท้ายน่าจะต้องปิดตัวลงเพราะไม่มีเงินทุน
สรุปสั้นๆ ให้จบในช็อตเดียว: รัฐบาลมองว่านี่คือการหาเงินทางลัดให้วงการบันเทิงและศิลปะเฟื่องฟู แต่คนทำงานจริงมองว่า "นี่คือการเอาวิญญาณของศิลปะไปขายให้พวกนายทุนและมหาเศรษฐี" ครับ!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น