แทนที่จะมีแค่ภาพสวยๆ แต่ปีนี้งานเทศกาลศิลปะระดับโลกอย่าง Venice Biennale กลับเดือดจัด เพราะประเด็นการเมืองเรื่อง อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ทำเอาเวนิสแทบลุกเป็นไฟ
📌 สรุป Timeline ความวุ่นวาย:
ม็อบปะทะเดือด: กลุ่มผู้ประท้วงบุกไปแถว Arsenale (ที่ตั้งบูธอิสราเอล) มีการปะทะกับตำรวจเบาๆ พร้อมป้ายด่าแรงๆ อย่าง "No artwashing genocide" (อย่าใช้ศิลปะมาชุบตัวเรื่องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์) และ "Free Palestine"
พากันปิดบูธหนี: เพื่อนไม่เล่นด้วย! หลายประเทศตัวท็อปอย่าง ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, เบลเยียม, สเปน, ออสเตรีย และอีกเพียบ ตัดสินใจ "ปิดพาวิลเลียน" ของตัวเองเพื่อประท้วงที่อิสราเอลยังได้ร่วมงานนี้
ศิลปินอิสราเอลสู้กลับ: Belu-Simion Fainaru ศิลปินตัวแทนอิสราเอลออกมาฟาดกลับว่า "ศิลปะต้องมีเสรีภาพดิ" อย่าเอาพาสปอร์ตหรือการเมืองมาเหยียดกัน พร้อมขู่ฟ้องศาลยุโรปเรื่องการเลือกปฏิบัติ จนสุดท้ายผลงานเขาได้รับการยอมรับให้โชว์ต่อ
ความย้อนแย้งตัวแม่: ในขณะที่คนรุมแบนอิสราเอล แต่ฝั่ง รัสเซีย (ที่ทำสงครามกับยูเครน) กลับมีนักการเมืองระดับสูงมาเดินชมชิลๆ ทำให้เกิดคำถามว่า มาตรฐานอยู่ตรงไหน?
🚩 สรุป:
ตอนนี้ในงานแบ่งเป็นสองฝ่ายชัดเจน ฝ่ายหนึ่งมองว่า "ต้องแบนอิสราเอลเพื่อมนุษยธรรม" ส่วนอีกฝ่ายบอกว่า "ศิลปะไม่ควรเกี่ยวกับพรมแดนหรือการเมือง"
Vibe ตอนนี้: ตึงเครียดจัด งานศิลปะกลายเป็นพื้นที่ระบายความแค้นทางการเมืองไปเรียบร้อยแล้วครับพี่น้อง! 🇮🇹🔥🇵🇸🇮🇱
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น