[ 创业板指 ] ตลาดหุ้นจีน A-Shares ลุ้นแตก 4000 จุด! ทำความเข้าใจสถานการณ์และแนวโน้มสัปดาห์หน้า
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (6-10 กรกฎาคม) ตลาดหุ้นจีน A-Shares มีอะไรให้ลุ้นติดตามหลายอย่างเลยนะ บอกเลยว่าบรรยากาศตอนนี้เป็นแบบที่เรียกว่า "ขาใหญ่รบกันไม่จบสิ้น" ที่ระดับ 4000 จุด มีทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขายแข่งกันอย่างดุเดือดมาก
สรุปว่าทั้งสัปดาห์ตลาดมันเป็นแบบ High Level ที่มีปริมาณการซื้อขายลดลงแต่ยังอยู่ในระดับสูง โดยดัชนีหลักกับหุ้นรายตัวมันแสดงทิศทางที่แตกต่างกันชัดเจนมาก เห็นได้ชัดว่าเงินทุนมันไหลไปรวมอยู่ที่สองแนวหลัก คือ "หุ้นขนาดใหญ่มูลค่าถูก" กับ "เทคโนโลยีแข็งแกร่ง" ทำให้หุ้นขนาดเล็กที่เคยพุ่งแรงกลับโดนเทขายทำกำไรอย่างหนัก สุดท้ายตลาดเลยมีลักษณะการปรับสมดุลในรูปแบบโครงสร้างอย่างชัดเจน
ในส่วนของสภาพแวดล้อมตลาด ดัชนี Shanghai Composite แกว่งไปมาตลอดทั้งสัปดาห์รอบ 4000 จุด แล้วปิดตลาดที่ 3996.16 จุด ลงมา 1.17% จากสัปดาห์ก่อน ช่วงต้นสัปดาห์ดัชนีถูกฉุดลงจากกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวลง พอวันพฤหัสบดีกลับพุ่งขึ้น 1.65% จากหุ้นการเงินนำตลาด แต่วันศุกร์ก็กลับมาตกอีกแล้วหลุด 4000 จุด อย่างไรก็ตาม กลุ่มหุ้นมูลค่าสูงอย่าง Shanghai 50 กลับขึ้นไปได้ 0.83% แสดงถึงความแข็งแกร่งในแง่ผลประกอบการที่แน่นอน ส่วน STAR 50 เป็นดัชนีที่ทำผลงานดีที่สุดในสัปดาห์ ขึ้นไป 4.52% เพราะเงินทุนชอบกลุ่มที่คาดว่าจะมีเทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้า
ในทางกลับกัน หุ้นขนาดเล็กที่มีมูลค่าสูงต้องรับผลกระทบหนัก ดัชนี China 2000 ร่วงลงถึง 6.16% สะท้อนว่าคนที่เคยทำกำไรกำลังเทขายออก ส่วน ChiNext ก็ตก 4.16% เช่นกัน โดยรวมแล้วหุ้นขนาดใหญ่อย่าง CSI 300 ทำผลงานดีกว่าหุ้นขนาดเล็กและกลางแน่นอน ตลาด A-Shares ตอนนี้เข้าสู่ช่วงที่มูลค่าถูกถูกซื้อกลับ ขณะที่หุ้นเติบโตก็กำลังย่อยมูลค่าที่สูงเกินไป
พูดถึงเรื่องปริมาณการซื้อขาย ตลาดยังคงรักษาระดับสูงไว้ได้ประมาณ 3 ล้านล้านหยวนต่อวัน แม้ว่าจะลดลงจากสัปดาห์ก่อน 14.9% แต่ก็ยังถือว่าสูงมาก ต้นสัปดาห์มีปริมาณ 3.11 ล้านล้านหยวน แล้วค่อยๆ ลดลงไปถึง 2.58 ล้านล้านหยวนในวันพุธ พอดัชนีเข้าใกล้จุดสำคัญ ปริมาณการซื้อขายก็กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยวันศุกร์พุ่งไปถึง 3.41 ล้านล้านหยวน เป็นสถิติสูงสุดในรอบสัปดาห์ อัตราส่วนการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 5.36% ซึ่งต่ำกว่าสัปดาห์ก่อน 6.1% แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูง บ่งบอกว่าตลาดเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนด้วยเงินใหม่ที่เข้ามาเป็นเงินเดิมที่อยู่ในตลาด โดยหมุนเวียนอยู่ในหุ้นกลุ่มหลักๆ
เรื่องที่น่าสนใจมากคือวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม มันเกิดปรากฏการณ์แปลกๆ คือ ดัชนีตกแต่หุ้นส่วนใหญ่กลับขึ้น โดยมีหุ้นถึง 3772 ตัวที่ขึ้นราคาในขณะที่ดัชนีหลักตกหนัก ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่าความกลัวในตลาดเริ่มผ่อนคลาย จำนวนหุ้นที่ติดลบสูงสุดลดลงจากวันแรกๆ ที่เกิน 50 ตัว เหลือแค่ 7 ตัวในวันศุกร์ ขณะที่หุ้นขึ้นเพดานเพิ่มขึ้นเป็น 95 ตัว อัตราส่วนหุ้นขึ้นเพดานต่อหุ้นติดลบสูงสุดอยู่ที่ 14 เท่า แบบนี้บอกได้เลยว่าความเสี่ยงในการลงทุนเริ่มกลับมา
ในแง่ของผลตอบแทน กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทำผลงานโดดเด่นมากในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวกับ AI Computing ที่มีผลประกอบการจริงๆ รองรับ อย่างเช่น หุ้นที่ชื่อว่าหังซางเจี๋ยเนิน (恒尚节能) ขึ้นไป 55.34%, ชินเคอดา (深科达) ขึ้น 43.48% และหลั่งชางซินซิ่น (浪潮信息) ขึ้น 34.92% ในทางกลับกัน หุ้นที่เคยพุ่งสูงมากกลับโดนเทขายหนัก อย่างหุ้นพลังงานใหม่อย่างฮวาหรุนซินเนิร์ยี (华润新能源) ร่วง 34.15% และเทียนซื่อซูลิเอี๊ย (天赐材料) ร่วง 25.87%
มองไปข้างหน้าสัปดาห์หน้า (13-17 กรกฎาคม) มีเรื่องสำคัญหลายอย่างที่ต้องจับตา เรื่องแรกเลยคือการเสนอขายหุ้นใหม่ (IPO) ของบริษัทใหญ่มาก คือ ฉางซินเทคโนโลยี (长鑫科技) บน STAR Market ซึ่งจะเป็น IPO ใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของ STAR Market และใหญ่ที่สุดในตลาด A-Shares ตั้งแต่ปี 2026 โดยจะระดมทุนถึง 295 พันล้านหยวน บริษัทนี้คาดว่าจะมีกำไรสุทธิในครึ่งปีแรก 2026 ถึง 500-570 พันล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 22 เท่าจากปีก่อน ขนาดใหญ่ขนาดนี้จะดึงเงินในตลาดไปไม่น้อยเลย
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคสำคัญที่จะออกมาในสัปดาห์หน้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการเงินเดือนมิถุนายน ข้อมูลการส่งออก-นำเข้า และ GDP ไตรมาสสอง รวมถึงข้อมูลอุตสาหกรรม การค้าปลีก และการลงทุน พวกนี้จะส่งผลต่อความคาดหวังเรื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและสภาพคล่องในตลาด ในส่วนของต่างประเทศ ข้อมูล PPI ของสหรัฐฯ เดือนมิถุนายน และผลประกอบการไตรมาสสองของบริษัทสหรัฐฯ ก็ยังต้องติดตาม เพราะอาจส่งผลต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก รวมถึง AI, เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดจีนด้วย
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือสัปดาห์หน้าจะมีหุ้นถูกปลดห้ามซื้อขาย (Unlock) จำนวนมาก โดยมี 42 ตัวที่จะ Unlock รวมปริมาณ 8.22 พันล้านหุ้น มูลค่ารวมประมาณ 520.7 พันล้านหยวน โดยเฉพาะหุ้นพลังงานใหม่อย่างฮวาตีเซียนเนิร์ยี (华电新能) ที่จะ Unlock ถึง 7.51 พันล้านหุ้น อาจส่งผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นได้
ในส่วนของมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ทุกคนเห็นตรงกันว่าตลาดจะยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบๆ และมีความแตกต่างระหว่างกลุ่มหุ้นสูง สไตล์การลงทุนจะเปลี่ยนจากหุ้นสูงไปหุ้นต่ำ กลุ่มที่น่าสนใจในช่วงนี้ได้แก่ หุ้นธนาคาร ถ่านหิน ที่มีมูลค่าถูกและเงินปันผลสูง รวมถึงยาใหม่ที่เพิ่งเข้าในบัญชียาหลักแห่งชาติ ส่วนหุ้นเทคโนโลยีที่เคยพุ่งแรงมาก ตอนนี้เข้าสู่ช่วงย่อยมูลค่าแล้ว ควรระวังความเสี่ยงสูง คนที่ถือหุ้นเทคโนโลยีอยู่ควรรอจังหวะที่มันฟื้นตัวแล้วค่อยขายออก อย่าเพิ่งไปเสี่ยงรับ
สำหรับคนที่อยากอยู่รอดในตลาดช่วงนี้ มีคำแนะนำว่าควรกระจายความเสี่ยง ไม่ควรรวมหุ้นไว้ในกลุ่มเดียว โดยอาจถือหุ้นกลุ่มบริโภค ยา และกลาโหมเป็นพื้นฐานที่มั่นคง แล้วค่อยมีส่วนเล็กๆ ไว้เล่นหุ้นเทคโนโลยีที่มีโอกาสฟื้นตัว ในระยะกลาง ยังเชื่อว่านโยบายทดแทนเทคโนโลยีของจีนยังไม่เปลี่ยน พอช่วงปรับตัวเสร็จ กลุ่มเทคโนโลยีแข็งๆ ก็ยังมีโอกาสกลับมาได้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น