[ market capitalization ] ตลาด Stablecoin กำลังล่มสลาย! Bitcoin จะไปทางไหนต่อดี? มาดูกันเลย
เฮ้ย! มีเรื่องร้อนๆ มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับโลกคริปโตช่วงนี้ ถ้าพูดถึง stablecoin หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่บอกเลยว่ามันสำคัญมากๆ สำหรับระบบนิเวศคริปโตทั้งหมดเลย
Stablecoin คืออะไร?
สั้นๆ ก็คือเหรียญที่ออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ ไม่วู้ดวาวเหมือนเหรียญอื่น อย่าง USDT ก็ออกแบบมาให้ 1 เหรียญ = 1 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้มันกลายเป็น "เงินสด" ของตลาดคริปโตไปโดยปริยาย
เรื่องมันเริ่มจาก...
ช่วงต้นปี 2022 ตลาด stablecoin รวมกันแล้วมีมูลค่าสูงถึง 166 พันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว แต่พอมาถึงกลางปี 2023 ลดเหลือแค่ 122 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น คิดเป็นการลดลงกว่า 26% เลย
ย้อนกลับไปช่วงปี 2022 USDT ที่เคยพุ่งไปถึง 78 พันล้านดอลลาร์ก็ร่วงลงมาเหลือ 65 พันล้านดอลลาร์ภายในปีเดียว ส่วน USDC ก็ไม่รอด ร่วงจาก 55 พันล้านดอลลาร์ในช่วงกลางปี 2022 มาเหลือต่ำกว่า 24 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 โดยสาเหตุหลักๆ มาจากเหตุการณ์ Silicon Valley Bank ล่มสลายพอดี
เจ็บปวดที่สุดคือกรณี TerraUSD
ถ้าถามว่าเหตุการณ์ไหนทำลายความเชื่อมั่นในตลาด stablecoin มากที่สุด ต้องยกให้การล่มสลายของ TerraUSD หรือ UST ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ Terra-Luna โดยเจ้าบราชนะเงินไปทั้งหมด 18 พันล้านดอลลาร์ในครั้งเดียว บอกเลยว่าเจ็บหนักมากๆ
แต่ยังมีความหวังอยู่...
นักวิเคราะห์จาก Wincent ชื่อ Paul Howard มองว่านี่เป็นแค่การถอยร่นชั่วคราวเท่านั้น เขาบอกว่า "การลดลงของมูลค่า stablecoin เป็นแค่การ pullback เล็กน้อยในตลาดที่เราเชื่อว่าจะเติบโตในระยะยาว ความผันผวนระยะสั้นเป็นเรื่องปกติ แต่มันไม่เปลี่ยนมุมมองของเราที่ว่า stablecoin จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในระบบนิเวศดิจิทัล"
นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาด stablecoin ก็กำลังเปลี่ยนไปด้วย เมื่อ stablecoin เริ่มก้าวออกจากวงการเทรดคริปโตไปสู่การชำระเงิน mainstream แล้ว ผู้ออกรายใหม่ๆ ก็เริ่มเข้ามาแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะหลังมีความคืบหน้าทางกฎหมายอย่าง GENIUS Act ในสหรัฐฯ
รอบนี้ลดลงหนักกว่าเดิม
ล่าสุดมีรายงานจาก Wu Blockchain ว่าตั้งแต่เดือนพ.ค. ที่ผ่านมา มูลค่า stablecoin ในตลาดลดลงไปประมาณ 10 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นการลดลงในรูปดอลลาร์ที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ Terra ล่มสลายเลยทีเดียว
เฉพาะเดือนมิ.ย. อย่างเดียวลดลงไป 7.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นการลดลงรายเดือนที่สูงที่สุดในรอบหลายปี ทำให้หลายคนเริ่มกังวลว่าระบบนิเวศ stablecoin ยังแข็งแกร่งอยู่หรือเปล่า
Bitcoin ได้รับผลกระทบโดยตรง
ข้อมูลจาก CryptoQuant บอกว่าเงินทุน stablecoin ใหม่ที่ไหลเข้าตลาดแลกเปลี่ยนลดลงถึง 31% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคา Bitcoin เลย
Axel Adler Jr. นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant อธิบายว่า "เมื่อ stablecoin ไหลเข้าตลาดมากขึ้น กำลังซื้อก็เพิ่มขึ้น แต่เมื่อ supply ลดลง อุปสงค์ก็อ่อนแอลงไปด้วย"
ตัวเลขชัดๆ คือ ค่าเฉลี่ย 30 วันของกระแสเงินทุน stablecoin ลดลงจาก 3.2 พันล้านดอลลาร์ในกลางเดือนพ.ค. เหลือแค่ 2.65 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ค่าเฉลี่ยตลอดทั้งปียังอยู่ที่ประมาณ 3.86 พันล้านดอลลาร์ แสดงว่าตอนนี้ตลาดได้รับเงินทุนใหม่น้อยกว่าปกติมาก
ยิ่งไปกว่านั้น มูลค่ารวมของ USDT และ USDC ลดลงจากการเติบโตเล็กน้อยในเดือนพ.ค. มาเป็นติดลบถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน คิดเป็นการลดลงเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือนเลยทีเดียว
Bitcoin ร่วงตามไปด้วย
ผลกระทบไหลมาถึง Bitcoin อย่างรวดเร็ว โดยราคา Bitcoin ลดลงประมาณ 19% ในเดือนพ.ค. และลดลงอีก 20.5% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ stablecoin supply
เมื่อดูบน blockchain ก็เห็นชัดเจน ปริมาณการโอน USDT และ USDC บน Ethereum ลดลงจากประมาณ 2.84 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. เหลือแค่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยในเดือนมิ.ย.
คล้ายกับปี 2022 เลย!
นักลงทุนที่จำเหตุการณ์ปี 2022 ได้อาจจะรู้สึกว่ามันคุ้นๆ ช่วงนั้น stablecoin supply ลดลง 34% ขณะที่ Bitcoin ร่วงไป 43% เลยทีเดียว
ตอนนี้ยังไม่เลวร้ายเท่า แต่ทิศทางก็เหมือนกัน โดย stablecoin supply ลดลงประมาณ 4.4% จากจุดสูงสุดที่ 321 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ร่วงลงมาประมาณ 32% จากจุดสูงสุดในรอบปี
อนาคตจะเป็นอย่างไร?
สิ่งที่เทรดเดอร์และนักลงทุนควรจับตาคือ การลดลงของ stablecoin supply จะส่งผลต่อสภาพคล่องและกลยุทธ์การเทรดในวงกว้างอย่างไร การเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล stablecoin อาจนำไปสู่การพัฒนากฎระเบียบใหม่ๆ ในอนาคต
แต่ถ้า stablecoin supply กลับมาเติบโตอีกครั้ง Bitcoin ก็อาจได้รับแรงหนุนจากเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดคริปโต ซึ่งอาจทำให้เกิดการฟื้นตัวแบบ bullish ได้
สรุปง่ายๆ คือ ตอนนี้ตลาด stablecoin กำลังเผชิญความท้าทาย แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังมองว่านี่เป็นแค่อุปสรรคชั่วคราว และ stablecoin จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศคริปโตต่อไป สิ่งที่ต้องติดตามคือว่า supply จะฟื้นตัวเมื่อไหร่ และนั่นจะส่งผลต่อราคา Bitcoin และเหรียญอื่นๆ อย่างไร
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น