[ 이승기 ] เปิดโปงความขัดแย้งล่าสุด! อีซึงกิ ซื้อที่ดิน 94 ล้านบาท สร้างอาคาร 5 ชั้น แต่เข้าไม่ได้เพราะถูกบล็อกโดยบริษัทก่อสร้างที่เป็นคู่กรณี
เรื่องราวมันเริ่มจากปี 2024 ที่อีซึงกิ ตัดสินใจซื้อที่ดินย่านชางชุงดง ใจกลางเมืองโซล ซึ่งถือเป็นย่านที่อยู่อาศัยของคนรวยหรูหรา ด้วยเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 94 ล้านบาท รวมเงินกู้ธนาคารอีก 65 ล้านบาท เขาเริ่มสร้างอาคารพาณิชย์ขนาด 5 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 1,000 ตารางเมตร ลงมือก่อสร้างในเดือนมกราคม 2025 โดยว่าจ้างบริษัท 피아크건설 หรือ พีเคคอนสตรัคชัน เป็นผู้รับเหมาหลัก และอาคารก็เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่กี่เดือนก่อน อีซึงกิก็รีบไปจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาคือเขาเข้าไปอยู่ไม่ได้ตอนนี้
ทำไมถึงเข้าไม่ได้? คำตอบคือบริษัทพีเคคอนสตรัคชันกำลังใช้สิทธิ์ตามกฎหมายที่เรียกว่า สิทธิ์ยึดครอง (유치권) ซึ่งหมายความว่าเจ้าขกงานมีสิทธิ์ยึดสถานที่ไว้จนกว่าจะได้รับเงินค่าก่อสร้างตามที่ตกลงกัน ตอนนี้หน้าอาคารถูกรั้วใหญ่ล้อมรอบ มีป้ายประกาศติดว่า "กำลังใช้สิทธิ์ยึดครอง" อีซึงกิจึงทำอะไรไม่ได้ เดินเข้าไปในอาคารของตัวเองก็ยังไม่ได้
แล้วเรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไง? ที่น่าสนใจคือ บริษัทพีเคคอนสตรัคชันนั้นไม่ใช่บริษัทแปลกหน้า แต่เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับชาชาวอน หรือ 차가원 ประธานเวิร์กกรุ๊ป ซึ่งเป็นทั้งเจ้านายเก่าและคู่กรณีหลักของอีซึงกิในตอนนี้ สามีของชาชาวอน คุณพักฮยอนชอล ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทพีเคคอนสตรัคชันนั่นเอง
เรื่องยุ่งเหยิงเริ่มจากปี 2024 ที่อีซึงกิเซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับบริษัท One Hundred Labels ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของชาชาวอน หลังจากนั้นไม่นานอีซึงกิก็เริ่มมีปัญหาเรื่องค่าตอบแทนที่ไม่ได้รับอย่างเป็นธรรม จึงฟ้องศาลขอยกเลิกสัญญาผูกขาด ศาลก็อนุมัติให้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
นอกจากเรื่องสัญญาแล้ว ยังมีเรื่องความขัดแย้งเรื่องค่าเช่าบ้านอีกด้วย อีซึงกิย้ายเข้าอยู่ในวิลล่าหรูย่านฮันนัมดงที่ชาชาวอนเป็นเจ้าของ โดยวางเงินมัดจำค่าเช่าระยะยาวหรือที่เรียกว่า ชอนเซ ถึง 105 ล้านบาท ซึ่งอีซึงกิอ้างว่าถูกเรียกเก็บเกินจริงถึง 3 เท่า แต่ฝ่ายชาชาวอนแย้งว่าเป็นเพราะอีซึงกิเองต้องการใช้รูปแบบสัญญาเช่นี้เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายควบคุมคนที่มีบ้านหลายหลังและภาษี
กลับมาที่เรื่องอาคาร จุดเป็นจุดตายคือเรื่องเงินที่ยังค้างอยู่ ฝ่ายพีเคคอนสตรัคชันบอกว่าค่าก่อสร้างบางส่วนยังไม่ได้รับ และเนื่องจากการก่อสร้างใช้เวลานานกว่าที่วางแผนไว้ จึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกประมาณ 14 ล้านบาท ในขณะที่ฝ่ายอีซึงกิโต้แย้งว่าไม่เคยมีการปรึกษาล่วงหน้า ไม่มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน แถมตัวเองยังไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายหรือคุณภาพงานได้อีกด้วย
ตอนนี้อีซึงกิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งบังคับให้บริษัทส่งมอบอาคารโดยเร็ว รอผลคำตอบจากศาลอยู่ และที่น่าสงสารคือ เขาวางแผนไว้ว่าจะย้ายจากบ้านเช่าปัจจุบันมาอยู่อาคารหลังนี้ แต่ตอนนี้สถานการณ์ยังคงติดขัดอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ชีวิตส่วนตัวของอีซึงกิก็เพิ่งมีข่าวดีเมื่อภรรยาที่เป็นนักแสดงอย่างอีดาอินเพิ่งคลอดลูกชายเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้เขามีลูกสองคนแล้ว ทั้งลูกสาวและลูกชาย
โดยสรุปคือ อีซึงกิกำลังเจอมรสุมหลายด้านพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญาศิลปิน เรื่องค่าเช่าบ้าน และล่าสุดคือเรื่องอาคารที่สร้างไว้แต่เข้าอยู่ไม่ได้ ซึ่งทุกเรื่องล้วนเชื่อมโยงกับชาชาวอนและพวกพ้องทั้งนั้น
ทำไมถึงเข้าไม่ได้? คำตอบคือบริษัทพีเคคอนสตรัคชันกำลังใช้สิทธิ์ตามกฎหมายที่เรียกว่า สิทธิ์ยึดครอง (유치권) ซึ่งหมายความว่าเจ้าขกงานมีสิทธิ์ยึดสถานที่ไว้จนกว่าจะได้รับเงินค่าก่อสร้างตามที่ตกลงกัน ตอนนี้หน้าอาคารถูกรั้วใหญ่ล้อมรอบ มีป้ายประกาศติดว่า "กำลังใช้สิทธิ์ยึดครอง" อีซึงกิจึงทำอะไรไม่ได้ เดินเข้าไปในอาคารของตัวเองก็ยังไม่ได้
แล้วเรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไง? ที่น่าสนใจคือ บริษัทพีเคคอนสตรัคชันนั้นไม่ใช่บริษัทแปลกหน้า แต่เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับชาชาวอน หรือ 차가원 ประธานเวิร์กกรุ๊ป ซึ่งเป็นทั้งเจ้านายเก่าและคู่กรณีหลักของอีซึงกิในตอนนี้ สามีของชาชาวอน คุณพักฮยอนชอล ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทพีเคคอนสตรัคชันนั่นเอง
เรื่องยุ่งเหยิงเริ่มจากปี 2024 ที่อีซึงกิเซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับบริษัท One Hundred Labels ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของชาชาวอน หลังจากนั้นไม่นานอีซึงกิก็เริ่มมีปัญหาเรื่องค่าตอบแทนที่ไม่ได้รับอย่างเป็นธรรม จึงฟ้องศาลขอยกเลิกสัญญาผูกขาด ศาลก็อนุมัติให้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
นอกจากเรื่องสัญญาแล้ว ยังมีเรื่องความขัดแย้งเรื่องค่าเช่าบ้านอีกด้วย อีซึงกิย้ายเข้าอยู่ในวิลล่าหรูย่านฮันนัมดงที่ชาชาวอนเป็นเจ้าของ โดยวางเงินมัดจำค่าเช่าระยะยาวหรือที่เรียกว่า ชอนเซ ถึง 105 ล้านบาท ซึ่งอีซึงกิอ้างว่าถูกเรียกเก็บเกินจริงถึง 3 เท่า แต่ฝ่ายชาชาวอนแย้งว่าเป็นเพราะอีซึงกิเองต้องการใช้รูปแบบสัญญาเช่นี้เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายควบคุมคนที่มีบ้านหลายหลังและภาษี
กลับมาที่เรื่องอาคาร จุดเป็นจุดตายคือเรื่องเงินที่ยังค้างอยู่ ฝ่ายพีเคคอนสตรัคชันบอกว่าค่าก่อสร้างบางส่วนยังไม่ได้รับ และเนื่องจากการก่อสร้างใช้เวลานานกว่าที่วางแผนไว้ จึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกประมาณ 14 ล้านบาท ในขณะที่ฝ่ายอีซึงกิโต้แย้งว่าไม่เคยมีการปรึกษาล่วงหน้า ไม่มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน แถมตัวเองยังไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายหรือคุณภาพงานได้อีกด้วย
ตอนนี้อีซึงกิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งบังคับให้บริษัทส่งมอบอาคารโดยเร็ว รอผลคำตอบจากศาลอยู่ และที่น่าสงสารคือ เขาวางแผนไว้ว่าจะย้ายจากบ้านเช่าปัจจุบันมาอยู่อาคารหลังนี้ แต่ตอนนี้สถานการณ์ยังคงติดขัดอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ชีวิตส่วนตัวของอีซึงกิก็เพิ่งมีข่าวดีเมื่อภรรยาที่เป็นนักแสดงอย่างอีดาอินเพิ่งคลอดลูกชายเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้เขามีลูกสองคนแล้ว ทั้งลูกสาวและลูกชาย
โดยสรุปคือ อีซึงกิกำลังเจอมรสุมหลายด้านพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญาศิลปิน เรื่องค่าเช่าบ้าน และล่าสุดคือเรื่องอาคารที่สร้างไว้แต่เข้าอยู่ไม่ได้ ซึ่งทุกเรื่องล้วนเชื่อมโยงกับชาชาวอนและพวกพ้องทั้งนั้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น