เรื่องมันเป็นแบบนี้...
ถ้าคิดว่าคนไทยที่อยู่บ้านไม่มีแอร์แล้วอึด เชื่อเถอะว่าคน Seattle ทนไม่ได้เหมือนกัน เพราะเกือบครึ่งของครัวเรือนใน King County ไม่มีแอร์เลยสักตัว! (อยู่ที่ 44-48%) ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอเมริกาแค่ 6.9% เท่านั้นแหละ
ทำไมถึงร้อนขนาดนี้?
จริงๆ Seattle เคยเป็นเมืองที่อากาศเย็นสบายตลอดปี แต่ปัจจุบันฤดูร้อนเริ่มร้อนจัดและยาวนานขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคลื่นความร้อนปี 2021 ที่ทำให้อุณหภูมิพุ่งและคนเสียชีวิตไปเยอะมาก ส่วนหนึ่งเพราะบ้านเมืองนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้มีระบบทำความเย็นนี่เอง
ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
คนที่อยู่หอหรือบ้านไม่มีแอร์บอกเลยว่าเป็นเรื่องจริงๆ นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย งานก็ทำได้น้อยลง ยิ่งคนที่อยู่มานานแล้วไม่ค่อยชินกับความร้อน ยิ่งเสี่ยงต่อสุขภาพมากขึ้นไปอีก
แล้วจะติดแอร์ได้ไหม?
ได้สิ! และไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าบ้านมีเตา Furnace อยู่แล้ว การติดแอร์แบบ central air ส่วนใหญ่ทำได้ใน 1 วัน แต่ถ้าบ้านไม่มีท่อลม (เช่น มีแค่เครื่องทำความร้อนแบบอื่น) ก็มีระบบ mini-split ให้เลือก ติดตั้งง่าย ไม่ต้องรื้อบ้าน
ข้อดีของการติดแอร์ตอนนี้: - บ้านราคาขายต่อสูงขึ้น 5-10% เพราะคนซื้อถือว่าเป็นมาตรฐาน - ประหยัดค่าไฟได้ถึง 20% ถ้าเปลี่ยนจากระบบเก่า - รอจนร้อนประจบแล้วค่อยติด เตียมันจะแพงและรอนาน
แต่...มันไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียว
จริงๆ แล้วการพึ่งพาแอร์อย่างเดียวก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะแอร์ก็สร้างมลพิษเพิ่มขึ้นอีก ทางที่ดีกว่าคือต้องปรับเมืองให้เย็นลงจากธรรมชาติ เช่น เปลี่ยนสีหลังคา เพิ่มต้นไม้รอบๆ หรือใช้เครื่อง Heat Pump ที่ทำงานโดยไม่ต้องสร้างความเย็นแบบเดิม
สรุปง่ายๆ: เมือง Seattle กำลังเผชิญปัญหาร้อนขึ้นเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่ไม่มีแอร์ การติดแอร์เป็นทางเลือกที่ดีแต่ไม่ใช่ทางออกเดียว สุดท้ายต้องดูแลโลกเราด้วย ไม่งั้นร้อนขึ้นอีกก็ติดแอร์เพิ่มอีก แล้วก็ร้อนขึ้นอีก...เป็นวงจรที่ไม่จบสักที
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น