เรื่องราวสะเทือนขวัญของ Rachel Nickell กับหนังสารคดี Netflix ที่ต้องดู
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
วันที่ 15 กรกฎาคม 1992 Rachel Nickell อายุ 23 ปี พาลูกชายวัย 2 ขวบชื่อ Alex ไปเดินเล่นที่ Wimbledon Common กลางวันแสกๆ แต่แล้วเธอกลับถูกแทงถึง 49 ครั้ง และถูกข่มขืน ในขณะที่ Alex ยังอยู่ในที่เกิดเหตุ โชคดีที่เจ้าตัวเล็กไม่ได้รับอันตรายทางกาย
คดีที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
ตำรวจจับ Colin Stagg เป็นผู้ต้องสงสัย แต่เขาถูกปล่อยตัวในปี 1994 เพราะตำรวจใช้วิธีการสืบสวนที่ไม่ชอบธรรม (จ้างสาวไปจีบเขาเพื่อดึงข้อมูล) จนทนายต้องขอโทษเขาสาธารณะในปี 2008 และเขาได้เงินชดเชยเกือบล้านบาท
ความจริงที่ซ่อนอยู่
10 ปีต่อมา ตำรวจนำ DNA มาตรวจใหม่ แล้วเจอว่า Robert Napper คือคนร้ายตัวจริง เขาถูกจับในปี 2007 และยอมรับสารภาพว่าฆ่า Rachel ในปี 2008 นอกจากนี้เขายังเป็นฆาตกรในคดีอื่นๆ อีกหลายคดี
สิ่งที่หนังสารคดี Netflix สะท้อนได้เจ็บแสบ
ซีรีส์ 3 ตอนนี้ไม่ได้เล่าเรื่องแบบคดีอาชญากรรมทั่วไป แต่หันมามองมุมของ André พ่อของ Alex และตัว Alex เอง ที่ต้องเผชิญกับ:
- การเป็นพ่อเลี้ยงเดียวหลังจากคู่รักสูญเสียไป
- ลูกชายวัยเด็กต้องถูกสอบปากคำซ้ำๆ ว่าเห็นอะไรบ้าง
- การตัดสินใจที่ไม่มีใครสอนให้ - จะให้ลูกเจอศพแม่หรือเปล่า?
ดราม่าที่หนักกว่าคดี
สิ่งที่ทำให้คนดูแทบทนไม่ได้คือ พฤติกรรมของสื่อบริเตน เข้าถึงได้ทุกที่ - บ้าน สถานีตำรวจ ที่เกิดเหตุ รุมถามจนเป็นเรื่อง แถมมีคนทำเสียงล้อเลียนสายเชื้อชาติใส่ André ด้วย พวกเขาต้องหนีไปอยู่ฝรั่งเศส แล้วสื่อก็ตามไปถึงที่นั่น
จุดที่คุ้มค่าดู
แม้คดีจะเจ็บปวดมาก แต่หนังไม่ได้ทำให้เป็นข่าวธรรมดา มันเล่าว่าชีวิตหลังเหตุการณ์ร้ายๆ เป็นยังไง - ความขัดแย้งระหว่างพ่อลูกที่ไม่รู้จะเยียวยากันอย่างไร และการเดินทางอันยาวนานสู่การปรับทุกข์
สรุปง่ายๆ: หนังเล่าเรื่องร้ายแรงมากๆ แต่เน้นมุมมองของคนที่ต้องใช้ชีวิตต่อหลังเสียใจสุดๆ และแสดงให้เห็นว่าสื่อบางสำนักทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น