[ child ] เรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ชื่อโมฮัมมัด กับความจริงที่ไม่มีใครอยากเห็น
วันสุดท้ายของโมฮัมมัด
โมฮัมมัด อัล-ฮาลัก วัย 9 ขวบ ตื่นเช้าวันนั้นด้วยความตื่นเต้น เพราะได้กระเป๋าโรงเรียนใหม่มีโลโก้ยูนิเซฟติดอยู่ เขาแทบไม่เคยได้ของแบบนี้มาก่อน วิ่งไปบอกแม่ด้วยความดีใจ แล้วก็รีบกลับโรงเรียนเพื่อขออีกใบให้น้องชาย (แต่ไม่สำเร็จ) หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ เขาก็ออกไปเล่นจับนกที่ตั้งกับดักไว้ จับได้一只 แล้วก็อยากไปเยี่ยมยาย
ครอบครัวอัล-ฮาลักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่เนินเขาใต้เฮบรอน เป็นพื้นที่ที่ความรุนแรงจากผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลเกิดขึ้นเป็นประจำ แม่ของเขากังวลที่จะปล่อยให้ลูกไปไหน แต่โมฮัมมัดยืนยัน สะบัดมือลาวิ่งหนีออกไป
นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นเขามีชีวิต
บ่ายสี่โมง โมฮัมมัดกำลังเล่นฟุตบอลกับเด็กๆ อยู่ในสนามโรงเรียน รถจี๊ปของกองทัพอิสราเอลขับเข้ามา เด็กๆ วิ่งกระจัด มีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งขว้างก้อนหินใส่ มีคนตะโกนด่าทหารจากระยะที่คิดว่าปลอดภัย
วิดีโอจับได้ว่า ทหารคนหนึ่งลงจากรถ ยกปืนเล็งไปที่เนินที่เด็กๆ ยืนมองอยู่ เสียงปืนดังขึ้น โมฮัมมัดเดินไปสองก้าวแล้วล้มลง เพื่อนๆ พยายามเข้าไปช่วย แต่ถูกยิงและใช้แก๊สน้ำตาขับไล่
แม่เขาเพิ่งจะอยู่ร้านค้า ประตูโทรศัพท์ดัง คุณพ่อรับสาย เธอรู้สึกไม่ดี คว้าโทรศัพท์มาจากพ่อ
"ลูกชายฉันใช่ไหม โมฮัมมัด? บอกความจริงกับฉันที" เขาวางสายทันทีที่รู้ว่าเป็นเธอ
ตัวเลขที่ไม่มีใครอยากเชื่อ
โมฮัมมัดเป็นหนึ่งในเด็กปาเลสไตน์ 235 คนที่ถูกสังหารโดยกองกำลังอิสราเอลในเวสต์แบงก์ ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 (วันที่สงครามกาซาเริ่มต้น) อีก 5 คนถูกฆ่าโดยผู้ตั้งถิ่นฐาน
แต่มันไม่ได้จบแค่นั้น
คณะกรรมาธิการสอบสวนอิสระของสหประชาชาติเพิ่งเผยแพร่รายงานที่ระบุว่า อิสราเอลตั้งใจเล็งเป้าหมายไปที่เด็กปาเลสไตน์โดยเจตนา มีหลักฐานมากมายจากบันทึกทางการแพทย์, ภาพถ่ายดาวเทียม, การวิเคราะห์นิติวิทยาศาสตร์, คำให้การพยาน และวิดีโอที่ทหารอิสราเอลโพสต์เอง
"การฆาตกรรมเด็กปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นผลมาจากนโยบายกว้างของอิสราเอลที่อนุญาตให้ฆ่าปาเลสไตน์โดยไม่ต้องรับผิด" คณะกรรมการบีเซเลม องค์กรสิทธิมนุษยชนระบุ
รายงานยังกล่าวถึงคำพูดของ พลโท อาวี บลูธ ผู้บัญชาการกองกำลังกลางที่ประจำการในเวสต์แบงก์ ที่บอกว่า "เราฆ่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1967" แม้เขาจะอ้างว่า "96% ของคนที่ถูกฆ่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย" แต่บีเซเลมเรียกมันว่า "โกหกอย่างเปิดเผย"
สองวิธีการฆ่าที่ "เจ็บปวด"
คณะกรรมาธิการ UN ระบุว่ามี สองวิธีการ ที่เด็กถูกฆ่า:
1. การทิ้งระเบิดในพื้นที่พลเรือนหนาแน่น โดยใช้ระเบิดขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็ก
2. การใช้โดรน, ควอดคอปเตอร์ และมือปืนซูเปอร์ อุปกรณ์เหล่านี้มีกล้องอินฟราเรดที่สามารถแยกแยะขนาดร่างกายได้ ผู้ควบคุมสามารถรู้ว่าเป้าหมายเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่
ทหารอิสราเอลบางคนให้สัมภาษณ์สื่อว่า การบินโดรนกลายเป็น "เหมือนเกม" มีการแข่งขันกันว่าใครฆ่าเป้าหมายได้มากที่สุด
ทหารคนหนึ่งบอกกับ ITV:
"โดรนเป็นสิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายสูญเสียความเป็นมนุษย์มากที่สุด คุณเห็นทุกอย่างบนหน้าจอ แล้วก็ทิ้งระเบิด รู้สึกเหมือนเล่นเกม คุณนั่งอยู่ในห้องใต้ดินอย่างปลอดภัย ถอดหมวกออก ฆ่าปาเลสไตน์"
เรื่องราวของเด็กคนอื่นๆ
ริมาส อามูรี วัย 13 ถูกยิงนอกบ้านในค่ายผู้ลี้ภัยเจนิน เมื่อเธอกำลังเล่นกับญาติอยู่ข้างนอก ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ พ่อบอกว่าครอบครัวอยู่ใกล้จุดตรวจทหาร ในพื้นที่ที่ปกติถือว่าปลอดภัย
ผลการชันสูตรพบว่า เธอถูกยิงที่หลัง แปลว่าเธออาจไม่รู้ตัวว่ามีทหารอยู่ตั้งแต่แรก
ลัยลา อัล-คาติบ วัย 2 ขวบ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะตั้งแต่อยู่ในอ้อมแขนแม่ ครอบครัวกำลังกินข้ามเย็นในครัวเมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ปู่ของเธอเล่าว่า:
"ภรรยาและผมลงกับพื้น แล้วก็ได้ยินลูกสาวตะโกนเรียกชื่อลัยลา ผมวิ่งเข้าไปในห้อง อุ้มลัยลาออกมา ทหารล้อมรอบบ้าน ผมถามนายทหารว่า 'ทำไมยิงเรา? ทำไมฆ่าหลานผม?' เขาเรียกทหารมาพยาบาล แต่คนนั้นบอกว่าช่วยไม่ได้..."
ทำไมถึงเป็นเรื่องใหญ่?
ตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2023 ถึง 7 ตุลาคม 2025 มีเด็กปาเลสไตน์ถูกฆ่าอย่างน้อย 20,179 คน และบาดเจ็บอีก 44,143 คน โรงเรียนถูกทำลายไป 97% ในกาซา มีเด็กถูกตัดขาเป็นจำนวนมากที่สุดในโลก และมากกว่า 58,000 คนต้องเป็นเด็กกำพร้า
คณะกรรมาธิการระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ "การฆาตกรรมสิ่งมีชีวิต" (genocide)
"เมื่อเด็กถูกฆ่าอย่างเป็นระบบ ถูกทำให้พิการถาวร ถูกปฏิเสธการศึกษา ถูกปฏิเสธการรักษาพยาบาล ถูกทำให้เป็นบาดแผลใจ และถูกขับไล่ ผลกระทบจะลุกลามไกลเกินตัวเหยื่อโดยตรง" ผู้พิพากษา ศรีนิวาสัน มูราลีดาร์ ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าว
ทำไมถึงสำคัญกับคนไทย?
ผู้พิพากษามูราลีดาร์ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าผู้พิพากษาศาลสูงโอริสสา ประเทศอินเดีย บอกว่า ประเทศต่างๆ มีพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จะต้องดำเนินคดีกับคนที่กระทำความผิดร้ายแรง
เขาชี้ว่า มีทหารอิสราเอลที่มีสัญชาติคู่หลายหมื่นคน รวมถึงชาวอเมริกัน 12,000 คน ชาวฝรั่งเศส 6,000 คน และชาวรัสเซีย 5,000 คน หากคนเหล่านี้กลับประเทศของตัวเอง รัฐบาลของเขาสามารถใช้หลักการ "เขตอำนาจศาลสากล" (universal jurisdiction) ดำเนินคดีได้
"อินเดียต้องรู้ ถ้าเราไม่ดำเนินการตามหลักฐานที่มีต่ออิสราเอล เราก็ไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้" เขากล่าว
อิสราเอลตอบโต้ยังไง?
กองทัพป้องกันอิสราเอล (IDF) บอกว่า "ไม่ได้ตั้งใจเล็งเป้าหมายไปที่พลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้อง" และว่าทุกข้อกล่าวหาจะถูกสอบสวน แต่ตามข้อมูลขององค์กรสิทธิมนุษยชน เยช ดิน ไม่มีชาวอิสราเอลคนใดถูกฟ้องในการฆ่าปาเลสไตน์ตั้งแต่ตุลาคม 2023
อิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยกล่าวหาว่าคณะกรรมาธิการมีอคติ และบอกว่า "ผู้ก่อการร้าย" เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง
แต่คณะกรรมาธิการชี้ว่า คำโต้แย้งนี้ไม่ได้ตอบโต้หลักฐานที่ทหารอิสราเอลโพสต์เอง และไม่ได้พิสูจน์ว่าวิดีโอเหล่านั้นปลอม
สิ่งที่คณะกรรมาธิการเรียกร้อง
- ยุติการโจมตีพลเรือน ทันที
- เปิดทางให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรม โดยไม่มีเงื่อนไข
- ชดใช้ค่าเสียหาย ให้เหยื่อ
- ดำเนินคดี กับผู้รับผิดชอบ
"หลักการทางกฎหมายระหว่างประเทศมีอยู่แล้ว หลักฐานก็รวบรวมแล้ว คำถามไม่ใช่ว่าโลกรู้หรือไม่ แต่คือ รัฐบาลพร้อมจะลงมือทำตามหลักการที่ตัวเองยอมรับหรือเปล่า" ผู้พิพากษามูราลีดาร์ กล่าว
บทส่งท้าย
"ถ้ากฎที่คุ้มครองเด็กในสงครามพังทลายที่นี่ มันก็จะอ่อนแอลงทุกที่"
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคนแปลกหน้า ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัว และไม่ใช่เรื่องที่จะ "ลืม" ได้ง่ายๆ
เพราะทุกตัวเลขคือชีวิตจริง ทุกชื่อคือเด็กจริง และทุกเรื่องที่เล่าในนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นจริง ณ ตอนนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น