CEO เทค: จากตกใจว่า AI จะกินงาน สู่ "โอเค ผิดไป", Sam Altman ให้ AI จัดการ Slack กับ Email แทนเขา แล้วก็รู้สึกว่า "ไม่เก๋" กลับมาทำเองหมด, Jensen Huang (Nvidia) ก็ออกมาตำหนิว่า "บริษัทพวกนี้มันเขียนเรื่อง AI กินงานแล้วใช้เป็นข้ออ้างลดคน มันขี้เกียจเกินไป"

 

เชื่อไหมว่าพวกหัวหน้าใหญ่ฝ่าย AI ที่เคยออกมาประกาศซะหนักว่า "เตรียมตัวตกงานเพียบ!" ตอนนี้กลับหันมายอมรับคาดการณ์ผิดไปเละเลย

ยอมรับเลยว่าผิด

Sam Altman (OpenAI) บอกตรงๆ ว่า "ผมคิดผิดไปเยอะ" เพราะคาดว่างานออฟฟิศระดับล่างจะหายไปเยอะกว่านี้ แต่จริงๆ แล้วยังไม่เกิดอะไรขนาดนั้น เขาลองให้ AI จัดการ Slack กับ Email แทนเขา แล้วก็รู้สึกว่า "ไม่เก๋" กลับมาทำเองหมด

Dario Amodei (Anthropic) ก็เช่นกัน เคยพูดไว้ว่า AI อาจทำให้คนงานสีขาวหายไปครึ่งนึง ตอนนี้เปลี่ยนท่าเป็นบอกว่า AI จะทำให้คนทำงานได้เยอะขึ้น ไม่ใช่ตกงาน

Goldman Sachs ไม่เคยตกใจตั้งแต่แรก

David Solomon บอกว่าประวัติศาสตร์อเมริกันบอกชัดว่าเทคโนโลยีใหม่ไม่เคยทำคนตกงานถาวร ตั้งแต่ยุคไฟฟ้าจนถึงดิจิทัล สุดท้ายคนก็ยังมีงานทำ

แต่ข้อมูลมันค้านกันนะ

  • บริษัทใหญ่อย่าง Meta, Amazon, Snap, Cisco ลดพนักงานโดยอ้างว่าเพราะ AI
  • Jack Dorsey (Block) ลดคนจาก 10,000 เหลือ 6,000 บอกตรงๆ ว่า AI ทำให้ทำแบบนี้ได้

Jensen Huang (Nvidia) ก็ออกมาตำหนิว่า "บริษัทพวกนี้มันเขียนเรื่อง AI กินงานแล้วใช้เป็นข้ออ้างลดคน มันขี้เกียจเกินไป"

ทำไมถึงเป็นแบบนี้?

มีทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า Jevons Paradox อธิบายว่า พอเทคถูกลง ความต้องการใช้มันกลับเพิ่มขึ้น คอลเซ็นเตอร์ไม่ได้หายไป รadiologist ก็ยังอยู่ เพราะคนถูกกว่า = คนใช้บริการเยอะขึ้น = ต้องจ้างคนเยอะขึ้น

ฝั่งธนาคารก็วุ่น

Commonwealth Bank ของออสเตรเลียลงทุน AI ไป 2.4 พันล้านเหรียญต่อปี กำลังทำ "AI ผู้ช่วย" ให้ลูกค้าทำเรื่องเงินได้เลยโดยไม่ต้องคุยกับคน แต่ CEO ก็ยังบอกว่าต้องบอกความจริงกับพนักงานเรื่องการเปลี่ยนแปลง


สรุปง่ายๆ: คนที่เคยหวาดกลัว AI มาก ตอนนี้เริ่มคิดใหม่ ข้อมูลจริงยังไม่ได้แย่ขนาดที่เขากลัว แต่การเปลี่ยนแปลงก็กำลังเกิดขึ้นจริงๆ ในบางอุตสาหกรรม

ความคิดเห็น