สถานการณ์เอเชีย-แปซิฟิก: ใครจะเป็นพันธมิตร?

 

สหรัฐฯ กดดันเอเชียตะวันออกเฉียง แต่ตัวเองก็มีปัญหา

เรื่องมันเป็นแบบนี้ 

- สหรัฐฯ อยากให้พันธมิตรในเอเชียลงทุนเรื่องป้องกันประเทศมากขึ้น แต่พอมาดูนโยบายเศรษฐกิจของตัวเองกลับทำให้ความไว้วางใจมันพังไปเรื่อยๆ ตามที่ Kurlantzick บอกว่ามัน "ตอกย้ำ" ความขัดแย้งในตัวเอง

จีนเลยเห็นช่อง รุกเข้ามาอย่างไม่รีรอ เสนอเรื่องเศรษฐกิจและความร่วมมือที่ดูเสถียรกว่าสหรัฐฯ ที่เริ่มดู "ผันผวน" มากขึ้นเรื่อยๆ

เอเชียตะวันออกเฉียงต้องเล่นเกมสองทาง

ประเทศอย่างฟิลิปปินส์ หรือไทย ต้องรับแรงกดดันจากทั้งสองฝ่าย ทางออกคือพยายามทำให้อเมริกาพอใจด้วยวิธีอื่น เช่น ขยายความร่วมมือด้านการทหาร หรือด้านอื่นที่ไม่ใช่เรื่องเงิน แล้วก็หันไปคุยกับ "มหาอำนาจกลาง" อย่างญี่ปุ่น อินเดีย หรือออสเตรเลีย เพื่อกระจายความเสี่ยง

แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะผลักประเทศเล็กๆ ให้ไปอยู่ฝ่ายจีนมากขึ้น เพราะตอนนี้คะแนนนิยมของจีนในภูมิภาคเริ่มสูงกว่าสหรัฐฯ แล้ว

Shangri-La Dialogue: ที่ประชุมที่ทุกคนต้องไป

งานนี้จัดที่สิงคโปร์ ปีนี้มียุโรปเข้ามาเยอะมาก - อังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ต่างส่งคณะใหญ่มา เพราะสงครามในยูเครนทำให้เขาเข้าใจว่าต้องเตรียมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้พร้อมตั้งแต่ตอนสงบ ไม่ใช่รอตอนสงครามเกิดแล้ว

จุดเด่นอื่นๆ: - ญี่ปุ่นเริ่มส่งออกอาวุธร้ายแรงได้แล้ว กำลังเสนอเรือรบให้นิวซีแลนด์ - ญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์ลงนามข้อตกลงแบ่งปันอุปกรณ์ทางทหาร - ยูเครนประสบความสำเร็จเรื่องโดรนราคาถูก ทำให้ทุกประเทศสนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ

จีนหายไปไหน?

จีนไม่ส่งระดับรัฐมนตรีมาร่วมงาน 2 ปีติด แต่เรื่องจีนก็ยังเป็นหัวข้อหลักในทุก discussion เพราะทุกประเทศกังวลเรื่องอำนาจและอิทธิพลของจีน


สรุปง่ายๆ: ทุกฝ่ายกำลังแย่งพันธมิตรกัน สหรัฐฯ กดดันเรื่องงบประมาณ แต่จีนกลับเสนอของขวัญทางเศรษฐกิจ ส่วนประเทศเล็กๆ ก็ต้องฉลาดหาทางออกที่ไม่ต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่งเดี๋ยวนี้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

🚀🔥 Cerebras พุ่งแรงจัด IPO สะเทือนวงการ AI

🤖 หุ้น AI ของ Baidu กำลังจะดังมาก! Kunlun AI (ชิป AI ของ Baidu) เตรียมเข้า HKG!

งาน Giỗ Tổ + เทศกาลขนมที่ Cần Thơ (เวียดนาม)