ตัวเลขโดยรวม
เดือนพ.ค. มูลค่าการค้ารวมสูงถึง 99.07 พันล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 25.8% จากปีก่อน และขึ้น 3.2% จากเดือนก่อน
รวม 5 เดือน บรรดุศึกดันไป 445.12 พันล้านดอลลาร์ฯ เพิ่ม 25% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว
ส่งออก vs นำเข้า
| ด้าน | 5 เดือน (พันล้าน USD) | อัตราขยายตัว
ส่งออก | 215.66 | +19.5%
นำเข้า | 229.46 | +30.8%
สรุปคือ นำเข้าวิ่งแซงส่งออก ทำให้ดุลการค้าติดลบ 13.8 พันล้านดอลลาร์ฯ (ปีที่แล้วยังเกินดุลอยู่เลย)
จุดที่น่าสนใจ
🔹 กลุ่มทุน FDI ยังคงมีอิทธิพลหลัก - ส่งออกของกลุ่มทุนต่างชาติ: 172.16 พันล้านดอลลาร์ฯ คิดเป็น 79.8% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด - กลุ่มในประเทศส่งออกได้แค่ 43.5 พันล้านดอลลาร์ฯ (เพิ่มแค่ 2.5%)
🔹 สินค้าที่ส่งออกเป็นอุตสาหกรรมแปรรูปเด็ดขาด คิดเป็น 89.8% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ส่วนเกษตร/ป่าไม้/สัตว์น้ำ/เชื้อเพลิงรวมกันไม่ถึง 11%
🔹 นำเข้ามาเพื่อ "ป้อนโรงงาน" ถึง 94.1% ของการนำเข้าเป็นวัตถุดิบและเครื่องจักร แสดงว่าธุรกิจกำลังขยายกำลังการผลิตเต็มที่
ตลาดหลัก
ส่งออกไปไหน? - 🇺🇸 สหรัฐฯ: 69.6 พันล้านดอลลาร์ฯ ← ตลาดใหญ่สุด - เวียดนามเกินดุลกับสหรัฐฯ 60.4 พันล้านดอลลาร์ฯ (+21.1%) - เกินดุลกับ EU 18.1 พันล้านดอลลาร์ฯ
นำเข้าจากไหน? - 🇨🇳 จีน: 92.6 พันล้านดอลลาร์ฯ ← ซัพพลายเออร์ใหญ่สุด - เวียดนามขาดดุลกับจีน 62.5 พันล้านดอลลาร์ฯ (+36.4%) - ขาดดุลกับเกาหลีใต้ 21.1 พันล้านดอลลาร์ฯ (+72.5%)
มองแบบเข้าใจง่าย: เศรษฐกิจเวียดนามกำลัง "วิ่ง" แต่ยังต้องพึ่งพาวัตถุดิบและเครื่องจักรจากต่างประเทศ (โดยเฉพาะจีน) ค่อนข้างเยอะ ทำให้ขาดดุลการค้ามากกว่าปีที่แล้วเยอะเลย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น