IEA (องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ) เตือนว่าตลาดน้ำมันกำลังจะเข้า "โซนแดง" ในเดือน ก.ค.-ส.ค. นี้ เพราะ:
- สต็อกน้ำมันลดลงเร็วมาก
- น้ำมันจากตะวันออกกลางไม่พอใช้
- ฤดูท่องเที่ยวกำลังจะมาถึง (คนต้องเดินทางมากขึ้น)
- ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่สุดในโลก มีปัญหา
ความเจ็บปวดจะมาเป็น 4 คลื่น 🌊
คลื่นที่ 1: ทุกอย่างแพงขึ้น!
น้ำมันแพง → ก๊าซแพง → ปุ๋ยแพง → อาหารแพง → ของแพงทุกอย่าง
คลื่นนี้คือแค่ "จุดเข้า" นะ ไม่ใช่จุดจบ!
คลื่นที่ 2: ระบบการค้าเสียหายถาวร
ตัวอย่าง: เรือบรรทุกสินค้าที่เคยผ่านทะเลแดงต้องไปอ้อมแอฟริกาแทน ใช้เวลานานขึ้น แพงขึ้นล้านบาทต่อเที่ยว แถมยังไม่กลับมาเป็นปกติแม้สถานการณ์จะดีขึ้นแล้ว!
คลื่นที่ 3: ประเทศยากจนโดนหนักกว่า
- ประเทศรวย: มีเงินสำรอง มีทางเลือกเยอะ
- ประเทศจน: ต้องตัดลด ค่าเงินร่วง อดอาหาร
ค่าอาหารคิดเป็น 44% ของรายจ่ายครัวเรือนในประเทศยากจน เทียบกับแค่ 16% ในประเทศร่ำรวย
คลื่นที่ 4: วิกฤตการเมือง
- Arab Spring (ปฏิวัติอียิปต์, ลิเบีย ฯลฯ) เริ่มจากราคาข้าวสาลีพุ่ง!
- ศรีลังกาล่มสลายเพราะเศรษฐกิจพัง
- ปากีสถานก็ประทุมเพราะราคาพลังงานพุ่ง
วิกฤตครั้งนี้รุนแรงแค่ไหน? 😬
- น้ำมันหายไป 14 ล้านบาร์เรล/วัน (เทียบเท่าทั้งประเทศเยอรมนีใช้!)
- แย่กว่าวิกฤตน้ำมันปี 1973, 1979 เลย
- ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า "ไม่เคยเห็นเงามืดของการเมืองโลกเข้ามากำหนดภาคพลังงานขนาดนี้มาก่อน"
ทำไมถึงแย่ขนาดนี้?
เกี่ยวกับอิหร่าน: - อิหร่านมียูเรเนียมเพียงพอสำหรับทำระเบิดนิวเคลียร์ (440 กก. บริสุทธิ์ 60%) - ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งมีน้ำมัน 20% ของโลกผ่าน ถูกขู่ปิด - ตะวันออกกลางเสียภาพลักษณ์ "ผู้จัดหาน้ำมันที่เชื่อถือได้"
มีทางออกไหม? 🤔
นักเขียนเสนอ 3 ทาง:
- กองทุนสำรองอาหารและปุ๋ยของประเทศกำลังพัฒนา - เก็บไว้เผื่อเลย
- กองทุนประกันความเสี่ยงจากสงครามสำหรับ Global South
- ปฏิรูป IMF - ให้ความช่วยเหลือประเทศที่โดนผลกระทบจากสงครามโดยไม่ต้องทำข้อตกลงยากเย็น
แต่ปัญหาคือ... ไม่มีข้อเสนอไหนอยู่บนโต๊ะเจรจาเลย!
บทสรุป 💡
"เมื่อข้อตกลงสันติภาพถูกลงนาม จะมีการถ่ายรูป มีการเซ็นสัญญา และทุกคนจะบอกว่าสงครามจบแล้ว แต่สำหรับประเทศที่ต้องแบกรับผลกระทบ สงครามเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!"
สรุปง่ายๆ: สงครามจบแล้ว แต่ราคาของมันยังคงต้องจ่ายอีกนาน และคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยกลับต้องจ่ายแพงที่สุด! 😤
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น