Intel เพิ่งเปิดเผยว่า บริษัทขายชิปที่เคยถูกมองว่าเป็น"ของเสีย" หรือคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน เพื่อเพิ่มกำไร เพราะตอนนี้คนต้องการ CPU มาก เลยยอมรับชิปที่ความสามารถไม่ได้ดีเท่าไหร่ก็ได้
📈 ผลประกอบการประทับใจสุดๆ
- รายได้ไตรมาสแรก 136 พันล้านดอลลาร์ (เกินคาดไปเยอะ)
- อัตรากำไรขั้นต้น 41% (คาดไว้แค่ 34.5%)
- กำไรต่อหุ้น เกินความคาดหมายถึง 3000% (เจ็คเลยว่ะ)
📊 หุ้นพุ่งไม่หยุด
- เมษายนนี้หุ้นพุ่งต่อเนื่อง 9 วันติด +58%
- นี่คือผลตอบแทน 9 วันดีที่สุดนับตั้งแต่ยุค 70s
- มูลค่าตลาดใกล้แตะ 3.5 ล้านล้านบาท
🤖 AI คือความหวังใหม่
ตอนนี้โลก AI เริ่มเปลี่ยนเฟส จาก"ฝึกสอน" → "ประมวลผล" ทำให้ CPU กลับมาเป็นพระเอก เพราะงาน AI ส่วนใหญ่ทำบน CPU ได้ดีกว่า
คาดว่าความต้องการ CPU สำหรับเซิร์ฟเวอร์จะโต 43% ต่อปี ไปจนถึงปี 2030
⚡ 3 เหตุการณ์ที่จุดประกายตลาด
- Intel ซื้อโรงงานในไอร์แลนด์คืนจาก Apollo 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์
- ร่วมโปรเจกต์ Terafab ของ Elon Musk
- ลงนามสัญญาผลิตชิปกับ Google
🐂 vs 🐻 มุมมองตลาดแตกต่าง
ขาเดินหน้า:
- CEO คนใหม่ Lip-Bu Tan เก่งมาก เคยทำหุ้นพุ่ง 3,200%
- บริษัทเป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงรายเดียวของอเมริกา
- ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ราคาหุ้นอาจไปถึง 150 ดอลลาร์ (ปัจจุบันราว 60 ดอลลาร์)
ขาถอย:
- P/E สูงเกินไป 130 เท่า (แพงกว่าฟองสบู่ดอตคอมปี 2000 ซะอีก)
- กว่าจะกลับมากำไรเหมือนเดิมต้องรอถึงปี 2030
- AMD, Arm, Nvidia รุมแข่งหมด
🇹🇼 ผลกระทบในไต้หวัน
หุ้นไต้หวันที่เกี่ยวข้อง (欣興, 嘉澤, 鈦昇) พุ่งทำ All-Time High เพราะ Intel ดีขึ้น → ออร์เดอร์ชิปเพิ่ม → ซัพพลายเออร์ไต้หวันรับประโยชน์
สรุป: Intel กำลังกลับมาแรง เพราะ AI ทำให้ CPU กลับมาฮอต แต่ราคาหุ้นตอนนี้"แพงมาก" ถ้าเกิดอะไรผิดพลาด เจ็บแน่ 💸
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น