โนเกีย: จากตำนานมือถือสู่ราชา AI เน็ตเวิร์ก (ธุรกิจอุปกรณ์เครือข่ายตอนนี้คิดเป็น 79% ของรายได้ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากตอนที่ยังขายมือถืออยู่ด้วยซ้ำ)
ย้อนรอย ""เจ้าพ่อมือถือ"" ที่หล่นไป
ย้อนกลับไปช่วงปี 2000 ตอนต้น โนเกียครองตลาดมือถือได้เทพมาก ตอนนั้นโนเกียขายได้ 4 ใน 10 เครื่องที่ขายทั่วโลก แถมยังมีกำไรขั้นต้นสูงถึง 20% จนเป็นหนึ่งในเสาหลักเศรษฐกิจของฟินแลนด์เลย
แต่พอไอโฟนโผล่มาในปี 2007 ไง... โนเกียกลับทำตัวเหมือนไม่เห็น ทั้งที่มีเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือแล้ว แต่กลับปัดทิ้ง สุดท้ายปี 2013 ก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ขายธุรกิจมือถือให้ไมโครซอฟท์ไป
หลังจากนั้น 13 ปี... เกิดอะไรขึ้น?
โนเกียมันกลับมาแล้ว แถมมาแบบไม่เหมือนเดิมเลย!
ตอนนี้โนเกียไม่ได้ทำมือถือแล้ว กลายเป็นบริษัทเครือข่ายโทรคมนาคมไปเรียบร้อย ธุรกิจอุปกรณ์เครือข่ายตอนนี้คิดเป็น 79% ของรายได้ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากตอนที่ยังขายมือถืออยู่ด้วยซ้ำ
ทำไมถึงกลับมาฮิต?
เพราะโลกเข้าสู่ยุค ""Physical AI"" หรือ AI ที่มาควบคุมหุ่นยนต์ รถยนต์ไร้คนขับ โดรน และสมาร์ทแฟคทอรี่
พอ AI ออกมาจากดาต้าเซ็นเตอร์มาอยู่ในโลกจริง สิ่งที่ต้องมีเลยคือ เครือข่ายที่เร็วและเสถียรมาก ต้องส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ดีเลย์ต้องเกือบศูนย์
และนี่แหละคือจุดที่โนเกียเข้าทำ ตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนา 6G และ AI-RAN ซึ่งจะทำให้สถานีฐานกลายเป็นเหมือนดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดย่อม รับภาระงาน AI ได้อีกด้วย
ยักษ์ใหญ่เทคโลกันดูแล้ว
- เอ็นวิเดีย ลงทุนไป 1.5 ล้านล้านบาท ถือหุ้น 2.9%
- ร่วมมือกับ AWS, ไมโครซอฟท์, ซัมซุง ตั้ง AI-RAN Alliance
- หุ้นพุ่งสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 17.45 ดอลลาร์
สรุปง่ายๆ
โนเกียจากบริษัทที่พลาดรถไฟขบวนสมาร์ทโฟน กลายมาเป็นคนสำคัญในยุค AI ที่กระจายตัวออกมาสู่โลกจริง เพราะทุกอย่างต้องใช้เครือข่ายคุณภาพสูง ซึ่งโนเกียมีอยู่แล้ว
""GPU คือสมองของ AI แต่ 6G คือระบบประสาทของ AI"" - ความเชื่อที่ทำให้โนเกียกลับมาลุยได้อีกครั้ง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น